install podman on wsl2

October 15th, 2021

Step install podman on wsl2

  1. Check version id (VERSION_ID)
1
2
3
$
$ cat /etc/lsb-release
$

DISTRIB_ID=Ubuntu
DISTRIB_RELEASE=18.04
DISTRIB_CODENAME=bionic
DISTRIB_DESCRIPTION=”Ubuntu 18.04.5 LTS”

=> DISTRIB_RELEASE is VERSION_ID

2. Run add sources list

1
2
3
$
$ echo "deb https://download.opensuse.org/repositories/devel:/kubic:/libcontainers:/stable/xUbuntu_${VERSION_ID}/ /" | sudo tee /etc/apt/sources.list.d/devel:kubic:libcontainers:stable.list
$

3. Run apt-key

1
2
3
$
$ curl -L https://download.opensuse.org/repositories/devel:/kubic:/libcontainers:/stable/xUbuntu_18.04/Release.key | sudo apt-key add -
$

4. Run update and upgrade

1
2
3
$
$ sudo apt-get update && sudo apt-get -y upgrade
$

5. Install podman

1
2
3
$
$ sudo apt-get -y install podman
$

Exanple command

Check version

1
2
3
$
$ podman version
$

Version: 3.0.1
API Version: 3.0.0
Go Version: go1.15.2
Built: Thu Jan 1 07:00:00 1970
OS/Arch: linux/amd64

View images

1
2
3
$
$ podman images list
$

View container

1
2
3
$
$ podman ps -a or podman container list
$

Secure CRT port remote forward port

August 20th, 2020

ในบาง ip ที่เราต้อง develop แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงต้องอาศัยเครื่องที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึง เพื่อแชร์สิทธิ์นั้น

1. เลือกตามรูป

2. เลือก host ที่มีสิทธิ์เข้าถึง และกด properties

3. เลือก Port Forwarding

4. กรอกรายละเอียด

1. ตั้งชื่อ

2. port ที่จะให้ในเครื่องเรียกใช้

3. IP ของ host ที่เราจะเข้าถึง

4. Port ของ host ที่เราจะเข้าถึง

5. ทดสอบใช้งานจะใช้ telnet localhost 9080 หรือผ่าน Browser แล้วแต่ที่ถนัดเลย

ผมทดสอบผ่าน telnet เพราะสะดวกดี ^_^

เคยทำมานานละ แต่ก็ลืมๆ ไปบ้าง เลยขอเอามาเก็บไว้ซะหน่อย เผื่อนานๆ ไปลืมอีก จะได้เอามาใช้ได้เลย

การเข้ารหัสด้วยคำสั่ง gpg

June 16th, 2020

ตามหัวเพจ บางครั้งข้อมูลใน file มีความสำคัญไม่อยากให้ใครรู้ ก็ต้องมีการเข้ารหัส ด้วยคำสั้ง gpg และยังสามารถเอา key ไปใช้บน github gitlab ได้อีกด้วย เพื่อที่เวลา pull code จะได้ไม่ต้องคอย key user และ password ทุกครั้ง

เช็คว่ามี key หรือยังใช้ command

$ gpg –list-keys –keyid-format LONG

ถ้ายังไม่มี ให้สร้าง key โดยใช้คำสั่ง

$ gpg –full-generate-key (Full) or gpg –gen-key (Short)

หลังจากสร้าง key เสร็จแล้วก็จะสามารถ เข้ารหัส(encrypt) หรือถอดรหัส(decrypt) ได้แล้ว

การเข้ารหัส(encrypt) โดยการใช้คำสั่ง

$ gpg –output file01.zip.tagg –encrypt –recipient chotsiri@gmail.com file01.zip

–output ไฟล์ที่เข้ารหัส
–encrypt option เพื่อเข้ารหัส
–recipient email ที่เราได้ใส่ไปตอนสร้าง key
file01.zip คือไฟล์ที่ต้องการเข้ารหัส

การถอดรหัส(decrypt) โดยใส่คำสั่ง

$ gpg –batch –output file01.zip –passphrase 12345 –always-trust –decrypt file01.zip.tagg

–batch ให้เป็น batch mode
–output ไฟล์ที่เราถอดรหัส
–decrypt option เพื่อถอดรหัส
file01.zip.tagg ไฟล์ที่ต้องการถอดรหัส

แต่ถ้าถอดรหัสแล้วมีหน้าต่างขึ้นมาถามหารหัส ให้เพิ่ม option –pinentry-mode=loopback เข้าไป

gpg --batch --yes --output out/file.zip --passphrase JBv5UDzJ --pinentry-mode=loopback --decrypt file.zip.pgp

ลบ key ออกจากเครื่อง

ลบ key
# gpg –delete-key keyID1 keyID2 keyID3

การ export key

export private key

$ gpg –export-secret-keys taggkey > taggkey-private.asc

taggkey : key

export public key

$ gpg –armor –export taggkey > taggkey-public.asc

taggkey : key

การ import key

import private key

$ gpg –import taggkey-private.asc

taggkey-private.asc : ไฟล์ที่ export

import public key

$ gpg –import taggkey-public.asc

taggkey-public.asc : ไฟล์ที่ export

ทั้งหมดนี้ ผมได้เขียนและทดสอบบน Ubuntu 18.04.4 LTS ซึ่งเป็น sub system Windows

Ref: GPG